Home / ข่าวโซเชี่ยล / ปล่อยไว้ไม่ได้!! อาการปวดท้อง 9 จุด บอกโรคร้าย สังเกตห้รู้เสียแต่เนิ่นๆ ก่อนสายเกินแก้!!

ปล่อยไว้ไม่ได้!! อาการปวดท้อง 9 จุด บอกโรคร้าย สังเกตห้รู้เสียแต่เนิ่นๆ ก่อนสายเกินแก้!!

มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังคงชะล่าใจต่ออาการปวดท้อง ที่บางทีก็มีส่งสัญญาณแบบมา ๆ หาย ๆ จนถึงเวลาปวดจนทนไม่ไหวนั่นแหละ ถึงจะรีบพาร่างไร้เรี่ยวแรงของตนเองเดินทางไปพบแพทย์ ซึ่งในบางรายกว่าจะรู้ว่าตัวเองเป็นโรคอะไร ก็สายเกินแก้ไปเสียแล้ว ดังนั้นเราจึงควรมาศึกษากันตั้งแต่เนิ่น ๆ ดีกว่า ว่าอาการปวดท้องของคุณนั้นเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ซึ่งอาการปวดท้องของคนเรามีด้วยกันหลายสาเหตุ ด้วยเพราะบริเวณหน้าท้องของเรามีอวัยวะเกี่ยวโยงสัมพันธ์กันอยู่หลายจุด

ลองมาสังเกตกันว่า อาการปวดท้องในแต่ละจุดของคุณเกี่ยวโยงถึงโรคอะไรได้บ้าง แล้วมีอันตรายมากน้อยแค่ไหน ?

ซึ่งจากรูปเราสามารถแบ่งบริเวณที่ปวดทองได้ 9 จุด ดังนี้

1.ชายโครงขวา คือตับและถุงน้ำดี อาการที่พบมักจะกดแล้วเจอก้อนแข็งร่วมกับอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ซึ่งสันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่า อาจเป็นโรคเกี่ยวกับตับหรือถุงน้ำดี เช่น ตับอักเสบ ฝีในตับ ถุงน้ำดีอักเสบ

2. ใต้ลิ้นปี่ คือ กระเพาะอาหาร ตับอ่อน ตับ และกระดูกลิ้นปี่ ( นี้ตัวปวดบ่อยเลย ) ถ้าปวดเป็นประจำเวลาหิวหรือ อิ่ม อาจเป็นโรคเกี่ยวกับกระเพาะ ถ้าปวดรุนแรงร่วมกับคลื่นไส้อาเจียน อาจเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ หากคลำเจอก้อนเนื้อค่อนข้างแข็งและมีขนาดใหญ่ อาจหมายถึงตับโต แต่หากคลำได้ก้อนสามเหลี่ยมแบนเล็กๆ มักเป็นกระดูกลิ้นปี่

3. ชายโครงขวา คือ ม้าม ซึ่งมักจะคลำเจอก้อนเนื้อบริเวณนี้

4. บั้นเอวขวา คือท่อไต ไต ลำไส้ใหญ่ ถ้าปวดร่วมกับถ่ายอุจจาระผิดปกติหรือถ่ายเป็นเลือด อาจเป็นเพราะลำไส้ใหญ่อักเสบ ถ้าปวดร้าวถึงต้นขา อาจเป็นนิ่วในท่อไต หากปวดร่วมกับปวดหลัง มีไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะขุ่น อาจเป็นกรวยไตอักเสบ และถ้าคลำเจอก้อนเนื้อ อาจเป็นไตโตผิดปกติ หรือเนื้องอกในลำไส้ใหญ่

5. รอบสะดือ คือ ลำไส้เล็ก มักพบในโรคท้องเดินหรือไส้ติ่งอักเสบ (ก่อนจะย้ายมาปวดท้องน้อยขวา) แต่ถ้าปวดแบบมีลมในท้อง ก็อาจเป็นเพราะกระเพาะลำไส้ทำงานผิดปกติ

6. บั้นเอวซ้าย คือ ท่อไต ไต ลำไส้ใหญ่ จะมีลักษณะดังข้อ 4

7. ท้องน้อยขวา คือ ไส้ติ่ง ท่อไต และปีกมดลูก ปวดเกร็งเป็นระยะ ร้าวมาที่ต้นขา อาจเป็นเพราะมีก้อนนิ่วในกรวยไต ถ้าปวดเสียดตลอดเวลา กดแล้วเจ็บมาก มักเป็นไส้ติ่งอักเสบ หรือถ้าปวดร่วมกับมีไข้สูง หนาวสั่น มีตกขาว มักเป็นเพราะปีกมดลูกอักเสบ และหากคลำแล้วเจอก้อนเนื้อ อาจเป็นก้อนไส้ติ่งหรือรังไข่ผิดปกติ

8. ท้องน้อย คือ กระเพาะปัสสาวะและมดลูก ถ้าปวดเวลาถ่ายปัสสาวะหรือถ่ายกระปริบกระปรอย มักเป็นเพราะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ถ้าปวดเกร็งเวลามีประจำเดือนเป็นอาการปวดประจำเดือน แต่ในรายที่ปวดเรื้อรังในหญิงแต่งงานแล้วไม่มีบุตร อาจเป็นเนื้องอกในมดลูก

9. ท้องน้อยซ้าย คือ ปีกมดลูกและท่อไต ถ้าปวดเกร็งเป็นระยะและร้าวมาที่ต้นขา มักเป็นนิ่วในท่อไต หากปวดร่วมกับมีไข้ หนาวสั่น ตกขาว เป็นเพราะมดลูกอักเสบ หรือถ้าปวดร่วมกับถ่ายอุจจาระผิดปกติ อาจเป็นเพราะลำไส้ใหญ่อักเสบ แต่ถ้าคลำพบก้อนร่วมกับอาการท้องผูกเป็นประจำ อาจเป็นเนื้องอกในลำไส้

ซึ่งไม่ว่าจะเกิดอาการปวดท้องบริเวณไหนก็อันตรายทั้งนั้น ทางที่ดีควรรีบพบแพทย์เสียตั้งแต่แต่เนิ่นๆ เพื่อรักษาให้ตรงจุดจะดีที่สุด !!

Loading...