Home / สัตว์เลี้ยง / รู้ช้าอาจสายไป..!! อย่านิ่งนอนใจ 5 โรคร้ายใน “สุนัข” ที่เกิดจาก “เห็บ” อาจถึงตาย!!

รู้ช้าอาจสายไป..!! อย่านิ่งนอนใจ 5 โรคร้ายใน “สุนัข” ที่เกิดจาก “เห็บ” อาจถึงตาย!!

หลายปีมานี้ มุมหมอหมา ได้นำเสนอบทความเกี่ยวกับโรคในสุนัขที่เกิดจากเห็บมาก็หลายเรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะกระจัดกระจายไปตามบทความต่าง ๆ ยังไม่เคยได้มีโอกาสรวบรวมเรื่องโรคจากเห็บเอาไว้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวสักที บทความตอนนี้จึงรวบรวมเรื่องโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากเห็บ ผมจะพาเพื่อน ๆ ไปดูกันครับว่า “เห็บ” ปรสิตวายร้ายที่หลายคนไม่ค่อยชอบหน้ากันสักเท่าไร จะทำให้น้องหมาของเราป่วยเป็นโรคอะไรได้บ้าง

ภาวะโลหิตจาง

วงจรชีวิตเห็บมีอยู่ด้วยกัน 4 ระยะครับ คือ ไข่ ตัวอ่อน ตัวกลางวัย และตัวเต็มวัย ตามลำดับ ซึ่ง 3 ใน 4 ของช่วงชีวิตเห็บ (ยกเว้นระยะไข่) ก็จะอาศัยโฮสต์เป็นแหล่งอาหาร และอาหารของเห็บก็ไม่ใช่ิอะไรที่ไหนเลย คือ เลือดของโฮสต์ นั่นเอง ลำพังแค่เห็บ 1-2 ตัวมากินเลือดโฮสต์คงไม่เท่าไหร่ แต่ก็ถ้ามายกโขยงมาอยู่รวมกันเป็นฝูง โฮสต์ก็อาจสูญเสียเลือดปริมาณมากได้ ผมเคยเจอน้องหมาที่มาตรวจถูกเห็บจำนวนมากรุมกัดมานาน น้องหมาถึงกับแสดงอาการอ่อนแรง ซึม น้ำหนักลด อุณหภูมิร่างกายต่ำ เหงือกซีดไปเลย เนื่องจากร่างกายสูญเสียเลือด (โดยเฉพาะเม็ดเลือดแดง) ไปปริมาณมาก จนทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง (anemia) ตามมา ซึ่งภาวะดังกล่าวอาจทำให้น้องหมาเสียชีวิตได้เลยทีเดียว

โรคอัมพาตจากเห็บ

เพื่อน ๆ หลายคนเข้ามาถามในบอร์ด ถามปัญหา อยู่บ่อยครั้งว่า น้องหมาที่บ้านอยู่ดี ๆ ขาหลังก็ไม่มีแรง ลุกยืนเองไม่ได้ เป็นอัมพาตไปเสียดื้อ ๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ยังเดินเหินได้ตามปกติ ถามไปถามมาก็พบว่าน้องตัวนั้นมีเห็บด้วย จึงแนะนำให้รีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจอย่างละเอียด เพราะเห็บบางชนิด อย่างเช่น Ixodes spp. , Dermacentor spp. , Amblyomma spp. และ Rhipicephalus spp. ทำให้น้องหมาเป็นโรคอัมพาตจากเห็บ (Tick paralysis) ได้

โดยเกิดจากการที่เห็บปล่อยสารพิษ neurotoxin ที่มีอยู่ในน้ำลายออกมาทำลายระบบประสาท ทำให้ขาอ่อนแรงอย่างเฉียบพลัน เกิดเป็นอัมพาตแบบกระทันหัน โดยเฉพาะที่ขาหลัง ความรุนแรงขึ้นกับความไวรับของพิษในร่างกาย ปริมาณของพิษ อายุของสุนัข และระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย พิษจะเข้าไปรบกวนการทำงานของอะซิติลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาท ทำให้ขัดขวางการทำงานของระบบประสาทสั่งการ ช่วงแรกอาจพบขาหลังก้าวย่างไม่สัมพันธ์กัน เห่าไม่มีเสียง (กล่องเสียงเป็นอัมพาต) ทำท่าขากๆ ราวกับจะขย้อนหรืออาเจียน อัตราการหายใจผิดปกติ ต่อมาขาเริ่มอ่อนแรง ไม่มีแรงลุก และเป็นอัมพาตในทีสุดครับ

ภาวะภูมิแพ้ผิวหนังต่อสารจากแมลง

เวลาที่เห็บมาเกาะบนตัวน้องหมานอกจากจะก่อความรำคาญแล้ว บางครั้งยังเป็นที่มาของโรคผิวหนังได้ด้วย การที่น้องหมาสัมผัสกับน้ำลายของแมงหรือแมลงไม่ว่าจะเป็น หมัด เห็บ และยุง โดยในน้ำลายของสัตว์เหล่านี้จะมีสาร hapten ซึ่งเป็น protein antigens ที่เมื่อรวมตัวกับคอลลาเจนที่ผิวหนังของน้องหมาแล้ว จะเกิดการกระตุ้นภาวะภูมิแพ้ผิวหนังขึ้นมาได้ เมื่อน้องหมาที่เป็นภาวะดังกล่าว จะแสดงอาการคัน โดยเฉพาะบริเวณกลางหลังถึงสะโพก และมักจะพบขนร่วงเนื่องจากการที่น้องหมากัดและถูตัวเองกับฝาผนัง ตลอดจนพบรอยโรคอื่น ๆ เช่น สะเก็ด รังแค ผิวหนังแห้งหนาตัวร่วมด้วย ในการวินิจฉัยคุณหมอจะทำการซักประวัติการสัมผัสกับปรสิตชนิดไหน ใช่เห็บหรือไม่

โดยการรักษาจะใช้การหยอดยาหรือฉีดยาเพื่ออกำจัดเห็บออกไป ร่วมกับกักบริเวณไม่ให้น้องหมาออกไปเที่ยวนอกบ้าน จะได้ไม่ไปรับเห็บมาได้อีก รวมถึงกำจัดเห็บตามสิ่งแวดล้อมบริเวณที่สุนัขอยู่ควบคู่กันไปด้วย น้องหมาที่เป็นโรคนี้จะไวต่อการสัมผัสสารจากแมลง แม้เพียง 1-2 ตัว ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดการอักเสบรุนแรงได้ จัดเป็นภาวะภูมิไวเกินรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเมื่อสุนัขคันมาก ๆ จะเกาตัว เลียตัว และงับตัว เกิดเป็นบาดแผลที่ผิวหนัง แล้วเชื้อโรคเข้าทางบาดแผล บางครั้งก็อาจลุกลามกลายโรคผิวหนังอักเสบติดเชื้อตามมาได้ด้วยครับ

โรคพยาธิในเม็ดเลือด

สำหรับการตรวจสัตวแพทย์ก็จะนำตัวอย่างเลือดน้องหมาไปย้อมสีส่องตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ ดูว่ามีเชื้อพวกนี้อยู่ในเม็ดเลือดหรือไม่ ปัจจุบันคุณหมอก็มีเครื่องมือสำหรับใช้ตรวจยืนยันโรคนี้มากมาย เช่น การตรวจหาแอนติบอดี้ของเชื้อจากเลือด ซึ่งทำให้ทราบผลได้รวดเร็ว แต่วิธีนี้ก็ไม่สามารถแยกแยะได้ว่า แอนติบอดี้ที่ตรวจพบนั้นเป็นผลมาจากการติดเชื้อจากในอดีตหรือไม่ อีกวิธีคือการตรวจด้วย PCR ซึ่งได้ผลแม่นยำ แต่ราคาค่อนข้างแพง ส่วนการรักษา ก็จะพิจารณาแยกไปตามแต่ละชนิดของเชื้อครับ มีทั้งยาฉีดที่ต้องฉีด 2 ครั้ง ห่างกัน 2 สัปดาห์ และมียากินที่ต้องให้ป้อนต่อเนื่องกันอย่างน้อย 21-28 วัน ร่วมกับการรักษาตามอาการ เช่น หากมีภาวะโลหิตจางก็ต้องให้ยาบำรุงเลือดหรือถ่ายเลือดให้ด้วยเป็นราย ๆ ไปครับ

โรคลายม์ (Lyme disease)

พูดถึงโรคนี้หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อนัก เพราะไม่ค่อยเจอในบ้านเรา แต่ถ้าเป็นในประเทศในแถบอเมริกาเหนือจะรู้จักกันเป็นอย่างดีเลยครับ โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Spirochete ที่ชื่อ Borrelia burgdorferi โดยเชื้อนี้สามารถติดต่อไปยังสัตว์ป่วยผ่านทางเห็บบางชนิดที่มากัด อย่างเช่น Western blacklegged tick (Ixodes pacificus), Eastern blacklegged tick หรือ Deer tick (Ixodes scapularis) มีสัตว์หลายชนิดที่สามารถติดเชื้อนี้ได้ สัตว์บางตัวแม้จะมีการติดเชื่อ แต่กลับไม่แสดงอาการให้เห็น และหากมีเห็บมาดูดเลือดของสัตว์ที่มีเชื่อตัวนั้น ก็สามารถนำพาเชื่อไปติดยังสัตว์ตัวอื่น ๆ ต่อได้อีก

น้องหมาที่ป่วยจะแสดงอาการเจ็บปวดตามข้อ เกิดข้ออักเสบ เดินกะเพลก เคลื่อนไหวลำบาก เริ่มไม่อยากเดิน เอาแต่นอน ซึม มีไข้ และกินอาหารลดลง เนื่องจากความเจ็บปวด การรักษาก็ได้รับยาฆ่าเชื้อ ยาแก้ปวด ในบางประเทศจะมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคลายม์ให้น้องหมา โดยฉีด 2 ครั้งในปีแรก กระตุ้นห่างกัน 2-3 สัปดาห์ จากนั้นให้พาไปฉีดกระตุ้นเป็นประจำทุกปี ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนชนิดนี้ในบ้านเราครับ ดังนั้นการป้องการโรคลายม์ในบ้านเราที่ดีที่สุด นั่นก็คือ การหมั่นกำจัดเห็บศัตรูตัวร้ายของน้องหมา และตรวจคัดกรองโรคก่อนนำน้องหมาที่เข้ามาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศกลุ่มเสี่ยงที่มีการระบาดครับ

และทั้งหมดนี้ก็เป็นโรคที่เกิดจากเห็บปรสิตจอมวายร้ายคู่ปรับตลอดกาลของน้องหมา แทบไม่อยากคิดเลยว่าจะอันตรายแค่ไหน ถ้าน้องหมาเกิดป่วยขึ้นมา เพราะบางโรคทำให้น้องหมาเสียชีวิตได้เลยทีเดียว แนวทางการป้องกันโรคเหล่านี้ที่ดีที่สุด คือ การป้องกันเห็บให้น้องหมาครับ เราต้องหมั่นกำจัดเห็บไม่ว่าจะเป็นบนตัวน้องหมาและในสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไปเสมอ บ้านเราเป็นประเทศเขตร้อนชื้น จึงพบสามารถเห็บได้ตลอดทั้งปี ดังนั้นจะละเลยการป้องกันเสียไม่ได้ เพราะแค่เห็บที่มีเชื้อเพียงตัวเดียวมากัดน้องหมาเรา ก็สามารถนำโรคมาติดน้องหมาได้แล้วครับ

ที่มา : dogilike.com

Loading...