ข่าวใหม่

จำได้ป่ะ..!! ดูกันมาตั่งแต่เด็ก “เจ้าเงาะป่าบ้าใบ้” ตัวละคลในตำนาน หลังล้างหน้าดำออกแล้ว..โอ้โหขยี้ตาแรง!!!

เรียกว่าเป็นละครพื้นบ้านในตำนานที่ไม่มีใครไม่รู้จัก สำหรับละครพื้นบ้านจักรๆวงศือย่าง “สังข์ทอง” ที่เป็นเรื่องราวของพระสังข์ที่ปลอมตัวเป็นเงาะป่าบ้าใบ้จนได้มาเจอหญิงสาวคนหนึ่ง พระธิดาผู้เสี่ยงพวงมาลัยได้เจ้าเงาะเป็นสามี และหนุ่มผู้รับบทเป็นเจ้าเงาะป่าบ้าใบ้ก่อนถอดรูปที่แท้ก็คือ “หนำเลี๊ยบ คูณฉกาจ วรสิทธิ์ ” ที่นอกจากจะแสดงเองแล้วนั้น เขาคนนี้คือผู้กำกับผู้อยู่เบื้องหลังละครพื้นบ้านอีกหลายๆเรื่องอีกด้วย บอกเลย ไม่ธรรมดาซะทีเดียว มาชมกันว่าเมื่อล้างหน้าดำออกแล้ว เจ้าเงาะผู้นี้จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร! สำหรับหนุ่ม “หนำเลี๊ยบ” อีกหนึ่งหนุ่มที่เข้าวงการมาตั้งแต่เด็ก ในละครจักรๆ วงค์ๆ และอาจจะคุ้นตา ยักษ์แคระ หรือ พราหมณ์จิ๋ว ซึ่งล่าสุดต้องบอกเลยว่าปัจจุบันเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ แถมเมื่อวันเวลาผ่านไปหนุ่มหนำเลี๊ยบของเราได้พลิกผันชีวิตนักแสดงมาเป็นผู้กำกับดูแลอยู่เบื้องหลัง ว่าแต่จะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน คงต้องให้เหล่าแฟนคลับไปดูกันเอาเองแล้วล่ะ ร่วมยินดี ผู้กำกับ ดูแลผู้แสดง ที่มา : ภิพัชพนธ์ อภิวรสิทธิ์

อ่านเพิ่มเติม

ทำไมต้องทำเธอขนาดนั้น..!! ความจริงใน “คืนอับยศ” ที่ทำให้คนทั้งประเทศรู้จัก “พรหมพิราม” อ่านแล้วยิ่งตกใจหนัก!! เพราะที่ฉายเป็นหนังยังไม่ถึงครึ่ง!!

(( พรหมพิราม )) เรื่องเกิดขึ้นเมื่อราวปี พศ 2520 เธอเป็นคน บางกระทุ่ม จ พิษณุโลก มีสามีและลูกชาย 1 คน ครอบครัวน่าจะเป็นสุขดี แต่แม่ผัวไม่ชอบเธอเพราะเธอมาจากครอบครัวที่ยากจนกว่าและเกรงว่าเธอจะมาเกาะลูกชายกิน จึงไล่ให้ลูกชายไปทํางานที่จังหวัดอุตรดิตถ์ หวังจะแยกเธอกับสามี แม่ผัวพยายามผลักไสไล่ส่งเธอตลอดเวลาแต่เธอก็อดทนรอเรื่อยมาจนกระทั่งสามีของเธอติดต่อและส่งที่อยู่ที่ จ อุตรดิตถ์ มาให้ทําให้แม่ผัว เธอ โกธร มาก เธอจึงตัดสินใจที่จะไปตามหาสามีที่อุตรดิตถ์แม่ผัวจึงออกอุบาย แสร้งทําเป็นหวังดีแต่ประสงค์ร้าย ฝากเธอไปกับคนขับรถบรรทุก แล้วบอกคนขับที่เคยแอบชอบเธออยู่ว่า.. แกจะเอามันไปทิ้งไว้ที่ไหนก็ได้นะ แล้วแกจะปลํ้ามันก็ได้นะคิดซะว่าเป็นค่ารถ อย่าให้มันกลับมาเลยได้ยิ่งดี คนขับรถบรรทุกเป็นคนแรกที่ข่มขืนเธอแล้วมันเอาเธอไปทิ้งไว้ที่สถานี รถไฟ พิษณุโลก โดยเธอไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียว เธอเลยขึ้นรถไฟเที่ยวขี้นพิษณุโลก เชียงใหม่ โดยไม่มีตั๋ว แล้วถูกนายตั๋วไล่ลงที่สถานีพรหมพิราม ขณะที่เธอยินเก้ๆกังๆไม่รู้จะทําอย่างไรดี ตาแหยม ชายวัยกลางคนที่เคยต้องโทษคดียาเสพติด ชาวบ้านไม่ค่อยคบหาสมาคมด้วย เข้าไปชักชวนเธอให้ไปค้างที่บ้านที่ท้ายหมู่บ้านก่อน เธอไม่มีทางเลือกเพราะฟ้าเริ่มมืดแล้ว และเธอก็ไม่รู้จักใครที่นี้ ตาแหยมทิ้งให้เธอเฝ้าบ้านคนเดียวแล้วขอตัวไปทําธุระที่ หมู่บ้านอื่น คืนนั้น กลุ่มวัยรุ่นลูกชายของผู้ใหญ่บ้าน …

อ่านเพิ่มเติม

ทำไมต้องทำเธอขนาดนั้น..!! ความจริงใน “คืนอับยศ” ที่ทำให้คนทั้งประเทศรู้จัก “พรหมพิราม” อ่านแล้วยิ่งตกใจหนัก!! เพราะที่ฉายเป็นหนังยังไม่ถึงครึ่ง!!

(( พรหมพิราม )) เรื่องเกิดขึ้นเมื่อราวปี พศ 2520 เธอเป็นคน บางกระทุ่ม จ พิษณุโลก มีสามีและลูกชาย 1 คน ครอบครัวน่าจะเป็นสุขดี แต่แม่ผัวไม่ชอบเธอเพราะเธอมาจากครอบครัวที่ยากจนกว่าและเกรงว่าเธอจะมาเกาะลูกชายกิน จึงไล่ให้ลูกชายไปทํางานที่จังหวัดอุตรดิตถ์ หวังจะแยกเธอกับสามี แม่ผัวพยายามผลักไสไล่ส่งเธอตลอดเวลาแต่เธอก็อดทนรอเรื่อยมาจนกระทั่งสามีของเธอติดต่อและส่งที่อยู่ที่ จ อุตรดิตถ์ มาให้ทําให้แม่ผัว เธอ โกธร มาก เธอจึงตัดสินใจที่จะไปตามหาสามีที่อุตรดิตถ์แม่ผัวจึงออกอุบาย แสร้งทําเป็นหวังดีแต่ประสงค์ร้าย ฝากเธอไปกับคนขับรถบรรทุก แล้วบอกคนขับที่เคยแอบชอบเธออยู่ว่า.. แกจะเอามันไปทิ้งไว้ที่ไหนก็ได้นะ แล้วแกจะปลํ้ามันก็ได้นะคิดซะว่าเป็นค่ารถ อย่าให้มันกลับมาเลยได้ยิ่งดี คนขับรถบรรทุกเป็นคนแรกที่ข่มขืนเธอแล้วมันเอาเธอไปทิ้งไว้ที่สถานี รถไฟ พิษณุโลก โดยเธอไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียว เธอเลยขึ้นรถไฟเที่ยวขี้นพิษณุโลก เชียงใหม่ โดยไม่มีตั๋ว แล้วถูกนายตั๋วไล่ลงที่สถานีพรหมพิราม ขณะที่เธอยินเก้ๆกังๆไม่รู้จะทําอย่างไรดี ตาแหยม ชายวัยกลางคนที่เคยต้องโทษคดียาเสพติด ชาวบ้านไม่ค่อยคบหาสมาคมด้วย เข้าไปชักชวนเธอให้ไปค้างที่บ้านที่ท้ายหมู่บ้านก่อน เธอไม่มีทางเลือกเพราะฟ้าเริ่มมืดแล้ว และเธอก็ไม่รู้จักใครที่นี้ ตาแหยมทิ้งให้เธอเฝ้าบ้านคนเดียวแล้วขอตัวไปทําธุระที่ หมู่บ้านอื่น คืนนั้น กลุ่มวัยรุ่นลูกชายของผู้ใหญ่บ้าน …

อ่านเพิ่มเติม